Results 1 to 9 of 9

Thread: เป็นมือใหม่ อยากเริ่มลงทุนในการลงทุนในกองทุนรวม ต้องทำอย่างไรบ้าง?

  1. #1
    Administrator
    Join Date
    Sep 2010
    Posts
    1,755

    Question เป็นมือใหม่ อยากเริ่มลงทุนในการลงทุนในกองทุนรวม ต้องทำอย่างไรบ้าง?

    ถ้ามือใหม่จริงๆให้เปิดกองทุนประเภท MMF ใว้ก่อนครับ (เพราะว่าไม่มีความเสี่ยงใดๆ) ของธนาคารที่คิดว่าสะดวก (อันนี้สะดวกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สะดวกของผมคือ)
    1. มีบัญชีธนาคารอยู่แล้ว (หรือเลือกเปิดกับโบรคเกอร์ที่ให้บริการซื้อขายกองทุน อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ที่นี่)
    2. สามารถซื้อกองทุนใหม่ที่ยังไม่เคยซื้อมาก่อนทางเน็ทได้เลย โดยไม่ต้องไปธนาคาร
    3. สามารถทำรายการซื้อขาย และสลับกองทุนทางเน็ทได้สะดวก
    4. มีกองทุนประเภทที่ผมสนใจลงทุนอยู่

    คุณสมบัติของ กองทุนประเภท MMF
    1. มีสภาพคล่องไกล้เคียงกับเงินฝากออมทรัพย์
    2. มีความเสี่ยงต่ำมาก สามารถใช้แทนเงินฝากได้ แต่ผลตอบแทนไม่สูงมากนัก แต่ก็ไกล้เคียงกับเงินฝาก
    3. คิดผลตอบแทนเป็นวัน (ประกาศมูลค่าหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้น ทุกวันทำการ)
    4. สามารถซื้อหรือขายได้ทุกวันทำการ (จันทร์ ถึงศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการ) โดยเวลาขายจะได้เงิน ช้าไป 1 วันทำการ เช่น ขายวันศุกร์ จะได้เงินวันจันทร์ เป็นต้น
    5. มีค่าธรรมเนียมซื้อ 0.0001 (ถึงจะบอกว่าไม่มีค่าธรรมเนียม แต่จริงๆจะคิดเท่านี้) ซึ่งพอผ่านไป 1 วันทำการ ก็จะได้ส่วนนี้คืน เวลาขายไม่มีค่าธรรมเนียม
    6. ผลตอบแทนจากกองทุน ถือเป็น capital gain ซึ่งไม่ต้องเสียภาษีใดๆ (โดยปรกติ เงินฝากธนาคาร จะเสียภาษีดอกเบี้ยถึง 15% ซึ่งถ้าจะนำผลตอบแทนของเงินฝากมาเทียบกับกองทุน ก็ควรจะหักส่วนของภาษีออกไปด้วย)


    อะไรคือสิ่งสำคัญในการลงทุน?
    1. สิ่งที่สำคัญที่สุด ผมคิดว่าคือจิตใจครับ บางคนอยากเริ่มลงทุน แต่ก็รอโน่นรอนี่ รอไปรอมาสรุปไม่ได้เริ่มลงทุนเสียที
    2. รองลงมาคิดว่าเป็นแผนการหรือขั้นตอนการตัดสินใจครับ

    เช่นว่า
    มีเป้าหมายในใจก่อนว่า สามารถรับขาดทุนได้แค่ใหน กำไรแค่ใหน จะถือลงทุนนานแค่ใหน
    มีขั้นตอนการตัดสินใจที่ชัดเจน ว่าจะตัดขาดทุนที่เท่าใหร่ กำไรเท่าใหร่จะขาย ถึงจุดใหนจะซื้อเพิ่มเพื่อถัวเฉลี่ย ถึงจุดใหนจะขายออกบางส่วนเพื่อทำกำไร
    ขั้นตอนพวกนี้ต้องคิดวางแผนใว้ก่อนเสมอ ก่อนจะเริ่มทำการลงทุน คิดเผื่อไม่ว่าจะเป็นในทางที่ดี หรือร้ายก็ตาม
    ถ้าเรามีระบบแล้ว หลังจากนั้นก็คือการฝึกจิตใจ ให้สามารถทำตามระบบที่เราตั้งเป้าหมายใว้ให้ได้ อย่าหวั่นใหว

    เพื่อที่จะทำให้เรามีเป้าหมายในการลงทุน และไม่พะวงเกี่ยวกับ การแกว่งตัวของผลกำไรหรือขาดทุนในระยะสั้น
    จะได้มีความสุขในการลงทุนและไม่เครียดกับมันจนเกินไป ทำให้มีสติในการตัดสินใจในการลงทุนที่ดีขึ้นครับ


    ควรบริหารเงินลงทุนยังไง?
    ก่อนอื่น ควรจะแบ่งเงินเป็นสองส่วนก่อนนะครับ คือ
    1. เงินที่ใช้จ่ายทั่วไปที่ต้องเบิกถอนเป็นประจำ ควรนำไปเก็บใว้ในที่ที่มีสภาพคล่องสูง เช่นเงินฝาก หรือกองทุน TMBMF (รายละเอียดด้านล่าง)
    2. เงินที่ใช้ลงทุน เงินส่วนนี้จะไม่โยกย้ายไปใหนบ่อยๆ ทำให้สามารถลงทุนในกองทุน หรือฝากประจำ ที่มีระยะเวลานานๆได้

    ทำไมต้อง TMBMF?
    ข้อดีของกองทุนนี้คือ เป็นกองทุน MMF ที่มีสภาพคล่องเหมือนเงินฝาก เพราะสามารถเบิกถอนเงินผ่าน ATM ได้ และยังสามารถสับไปลงทุนในกองทุนอื่นๆได้ด้วย
    เงื่อนใขคือต้องลงทุน ในกองทุนเปิดทหารไทยธนบดี (TMBMF) ซึ่งผลตอบแทนก็ถือว่าพอใช้ได้ และเปิดใช้ บัตร Extra Cash เวลาถอนเงินจะเหมือนกับเราสั่งขายกองทุนนั่นเอง แต่มีข้อดีคือ...

    บัตร ATM นี้สามารถกดเงินวันเสาร์อาทิตย์ได้โดยไม่ติดข้อจำกัดของการขายกองทุน (ระบบจะทำรายการขายในวันทำการถัดไป)
    ข้อดีที่ทำให้เหนือกว่าบัตรเอทีเอ็มธรรมดา
    1. ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี
    2. สามารถกดเงินตู้ของธนาคารใหนก็ได้ โดยไม่มีค่าธรรมเนียม
    3. กดเงิน ต่างจังหวัดก็ไม่เสียค่าธรรมเนียมด้วย
    ตอนนี้รู้สึกจะไม่คิดค่าธรรมเนียมแรกเข้าด้วย ลองสอบถามรายละเอียดไปยัง TMB ดูนะครับ


    ข้อมูลอื่นๆที่เป็นประโยชน์
    ผลตอบแทนกองทุนประเภทต่างๆ เลือกประเภทที่มุมขวาบน
    http://siamchart.com/fund-compare/MMF
    ค่าธรรมเนียมของแต่ละกองทุนในแต่ละ บลจ.
    http://siamchart.com/fund-fee.php
    หลังจากนั้นให้อ่านประเภทของกองทุนที่นี่ครับ ผมเขียนอธิบายย่อๆใว้แล้ว และเรียงลำดับตามความเสี่ยงให้แล้ว
    http://siamchart.com/forum/showthread.php?4
    พอศึกษามาพอสมควรแล้ว ก็ลองเริ่มสลับไปกองทุนที่เสี่ยงมากขึ้น โดยใช้กราฟในการช่วยตัดสินใจ
    http://siamchart.com/forum/showthread.php?9
    ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเข้าใจผิด เกี่ยวกับกองทุนและหน่วยลงทุน ที่มักจะเข้าใจผิดกันบ่อยๆ
    http://siamchart.com/forum/showthread.php?254

  2. #2
    ข้อ 2 มีธนาคารไหนบ้าง ที่เปิดให้ทำได้บ้างครับ

  3. #3
    Administrator
    Join Date
    Sep 2010
    Posts
    1,755
    เท่าที่รู้ทำได้แทบทุกบลจ.นะครับ มีที่เดียวที่ผมรู้ว่าทำไม่ได้คือ บัวหลวงครับ ต้องไปเปิดบัญชีกองทุนใหม่ที่ธนาคารอย่างเดียว *-*

  4. #4
    Quote Originally Posted by kurayami View Post
    เท่าที่รู้ทำได้แทบทุกบลจ.นะครับ มีที่เดียวที่ผมรู้ว่าทำไม่ได้คือ บัวหลวงครับ ต้องไปเปิดบัญชีกองทุนใหม่ที่ธนาคารอย่างเดียว *-*
    ของบัวหลวงนี่ถ้าเคยเปิดบัญชีแล้ว สามารถทำรายการซื้อขาย และสลับกองทุนทางเน็ทได้หรือไม่ครับ

  5. #5
    Administrator
    Join Date
    Sep 2010
    Posts
    1,755
    แค่ต้องไปเปิดบัญชีกองทุนที่ธนาคารเฉยๆครับ ส่วนซื้อขายสามารถทำผ่านเน็ทได้ครับ (ไม่แน่ใจว่าทุกกองหรือเปล่านะครับ แต่กองที่ผมลงทุนอยู่ทำได้ครับ)
    ยังไงสอบถามทางธนาคารตอนเปิดปัญชีเพื่อความแน่ใจก่อนนะครับ

  6. #6
    Junior Member
    Join Date
    Jan 2011
    Posts
    11
    ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ บลจ.ทหารไทย บลจ.ไอเอ็นจี สามารถซื้อขายผ่านเน็ตได้ครับ ส่วนการเปิดบัญชีกองทุน ครั้งแรกต้องติดต่อกับธนาคาร หรือไม่ก็ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ครับ เมื่อเราได้เลขที่ผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว เราจะสามารถใช้การซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ตได้ครับ (อย่าลืมว่าตอนเปิดบัญชีกองทุนต้องระบุด้วยนะครับว่า ขอใช้บริการซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ต ปกติแล้วจะใช้เวลาไม่เกิน 2 อาทิตย์ครับ) เมื่อเปิดบัญชีกองทุนใดกองทุนหนึ่งแล้ว จะสามารถซื้อขายกองทุนอื่นใน บลจ. นั้นๆ ได้ครับ

    สำหรับผู้ที่สนใจจะเริ่มลงทุนในกองทุนจะต้องสำรวจตัวเองก่อนครับว่า
    1. รับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน (ยอมเสียเงินต้นได้หรือไม่ เสียได้บางส่วน เสียไม่ได้เลย)
    2. ผลตอบแทนที่ต้องการ (ยิ่งผลตอบแทนสูง ยิ่งเสี่ยงมากนะครับ แต่ถ้าศึกษาดีๆ ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงลงไปได้เยอะครับ)
    3. สภาพคล่อง (สภาพคล่องสูงคือสามารถเอาออกมาใช้ได้ง่ายๆ ครับ เช่น ขายคืนแล้วได้เงินเลย ส่วนสภาพคล่องต่ำคือเราอาจไม่สามารถนำเงินออกมาใช้ได้ถ้ายังไม่ครบกำหนด หรือสามารถเอาออกมาได้ก่อนแต่ต้องเสียเงินต้นหรือผลตอบแทนไปบางส่วน)
    4. ระยะเวลาในการลงทุน (ถ้าเป็นการลงทุนระยะยาวในสินทรัพย์เสี่ยงบางอย่างเช่นกองทุนหุ้น ก็จะสามารถลดความเสี่ยงลงได้ครับ)
    5. ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียม (เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและผลตอบแทนก่อนการลงทุนครับ บางทีถึงผลตอบแทนสูงแต่ค่าใช้จ่ายก็สูงตาม คุ้มหรือไม่คุ้มก็แล้วแต่ท่านจะตัดสินใจครับ)
    6. ความสะดวกสบาย (ปกติซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ตได้อยู่แล้ว จึงแล้วแต่ท่านจะเลือก บลจ เลยครับ)

    ขั้นตอนโดยทั่วไปเมื่อจะเริ่มลงทุน
    1. เปิดบัญชีกองทุน โดยท่านจะต้องเลือกกองทุนเริ่มต้นก่อน 1 กองทุนครับ ปกติแล้วควรจะเป็นกองทุนตลาดเงิน (MMF) เพราะเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำสุด หรือแทบจะไม่มีความเสี่ยงเลย (ควรอ่านหนังสือชี้ชวนก่อนลงทุนนะครับ) การเปิดบัญชีกองทุนปกติแล้วจะมี 3 ช่องทาง คือ เปิดบัญชีกับสาขาใหญ่ของ บลจ เลย หรือ เปิดบัญชีกับธนาคารที่เป็นตัวแทน หรือ เปิดบัญชีทางไปรษณีย์ ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ของ บลจ นั้นๆ ครับ แล้วก็อย่าลืมระบุด้วยนะครับว่าต้องการซื้อขายผ่านทางอินเตอร์เน็ต
    2. หลังจากเราได้ เลขที่ผู้ที่หน่วยก็เอามาลงทะเบียนเพื่อเปิดการซื้อขายผ่านทางอินเตอร์เน็ต หรือ บาง บลจ จะเปิดการซื้อขายผ่านทางอินเตอร์เน็ตให้เราเลย (ติดต่อกับพนักงานธนาคาร ง่ายที่สุดครับ)
    หลังจากนั้นเราจะสามารถซื้อขายกองทุนใน บลจ นั้นๆ ได้แล้วครับ

    ขอควรรู้เกี่ยวกับกองทุนครับ
    1. ทุกกองทุนจะมีหนังสือชี้ชวน และหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปครับ ในเอกสารฉบับนั้นจะบอกว่า กองทุนเป็นกองทุนประเภทไหน เอาเงินไปลงทุนอะไร ผลตอบแทนย้อนหลังเป็นยังไงบ้าง มีเงือนไขอย่างไรบ้าง (ควรศึกษาให้ละเอียดก่อนลงทุนครับ)
    2. ระยะเวลาในการรับเงินหลังจากการขาย (ปกติแล้วเมื่อขายกองทุน เราจะยังไม่ได้รับเงินในทันทีครับ) ปกติแล้ว บลจ จะระบุเป็น T ครับ เช่น T+0 หมายความว่าเมื่อขายกองทุน เราจะได้รับเงินในเย็นวันนั้น หรือ T+5 จะหมายถึงหลังจากเราส่งคำสั่งขายกองทุนสำเร็จ เราจะได้รับเงินหลังจากนั้นเป็นระยะเวลา 5 วันทำการ (ไม่นับรวมเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดของ บลจ ครับ)
    3. ปกติกองทุนตราสารหนี้จะไม่เก็บค่าธรรมเนียมการซื้อขาย แต่กองทุนหุ้นหรือกองทุนผสมจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมการซื้อขายด้วย เช่น กองทุน A ระบุว่าจะเก็บค่าธรรมเนียมการซื้อ (ค่าธรรมเนียมการเสนอขาย คือขายให้ผู้ถือหน่วย) 0.15% และค่าธรรมเนียมการขาย (ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน คือซื้อคืนจากผู้ถือหน่วย) 0.15% หมายความว่าถ้าเราซื้อกองทุน A 10000 บาท วันแรกเราจะติดลบทันที 15 บาท หลังจากนั้นเราถือหน่วยลงทุนไปจนมีมูลค่ารวมเป็น 20000 แล้วเราได้ทำการขาย เราจะเสียค่าธรรมเนียมตอนขายอีก 30 บาท ซึ่งเราจะได้เงินจริงๆ 19970 บาท เป็นต้น
    4. กองทุนโดยทั่วไปมี 2 แบบคือกองทุนปันผล และกองทุนไม่ปันผล เมื่อกองทุนมีการปันผล มูลค่าหน่วยลงทุนจะลดลงตามเงินที่ถูกปันผลออกมา แต่ผู้ถือหน่วยจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% (ถ้ามีการระบุไว้ตอนเปิดบัญชี)
    ส่วนการขายคืนหน่วยลงทุน เราจะไม่ต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย
    5. กองทุนบางประเภทที่ลงทุนในต่างประเทศ ในบางกองทุนมูลค่าหน่วยลงทุนจะปรากฏช้ากว่าปกติครับ เช่นมูลค่าหน่วยลงทุนอาจเป็นของวันก่อนไม่ใช่ของวันปัจจุบันเป็นต้น (ต้องอ่าน หนังสือชี้ชวนดีๆ ครับ)

  7. #7
    Administrator
    Join Date
    Sep 2010
    Posts
    1,755
    ทางเลือกอีกอย่างนึงของการซื้อกองทุน คือการซื้อขายผ่านโบรคเกอร์
    ข้อดี คือสามารถซื้อกองทุนได้จากหลายๆ บลจ. ในการสมัครกับโบรคเกอร์แค่ครั้งเดียว (ได้กับกองทุนเกือบทุกบลจ. ยกเว้นบัวหลวง) และไม่มีชารจ์ค่าธรรมเนียมซื้อขายพิเศษใดๆเพิ่มเติม
    แต่มีข้อเสีย คือเรื่องข้อจำกัดของเรื่องการลดวันในการสลับไปมาระหว่างกองทุน (ยังคงสิทธพิเศษเฉพาะกับกองทุนที่อยู่ในบลจ.เดียวกันเท่านั้น) และเรื่องเวลาที่จำกัดในการส่งคำสั่งซื้อขาย (มักจะต้องส่งคำสั่งเร็วกว่า ของกองทุนจริง 2-3 ชั่วโมง)
    ประโยชน์แถม... โดยปรกติโบรคเกอร์จะมีบริการซื้อขายหุ้น หรือ future อยู่แล้ว ทำให้เราสามารถขอดำเนินการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นได้จากที่เดียวกันนั้นเลย ไม่ต้องไปสมัครใช้บริการหลายๆที่

    โบรคที่ให้บริการประมาณนี้ก็มีเช่น
    phillip http://www.poems.in.th/home/th/product-funds.htm
    nomura http://www.cns.co.th/is/internet/Get...ure_iFund.html
    กรุงศรี http://www.krungsrisecurities.com/?cat=1419&pcat=1388

  8. #8
    Junior Member
    Join Date
    May 2012
    Location
    BKK, Phichit
    Posts
    1
    คุณ kurayami ครับ ขอถามเพิ่มเติมนิดนึงครับ
    พอดีผมสนใจจะลงทุนในกองทุนรวม โดยการซื้อขายผ่าน internet แต่ยังสงสัยอยู่นิดหน่อย

    คือถ้าผมต้องการซื้อขาย สับเปลี่ยน ผมควรจะเปิดบัญชีกองทุนกับโบรคเกอร์ หรือไปสมัครที่ บลจ. ดีครับ ?
    ผมเข้าใจว่า ถ้าไปสมัครกับ บลจ. ก็ต้องเปิดหลายที่ เช่น สนใจอยู่ 4 กองทุน ก็ต้องไปเปิดบัญชีกองทุนที่ 4 บลจ. นั้นๆ

    แล้วเวลาเปิดกองทุนเนี่ย จำเป็นต้องเปิดบัญชีออมทรัพย์ที่ผูกกับบัญชีกองทุนด้วยหรือไม่ครับ

    คำถามสุดท้ายคือ โบรคเกอร์ที่สามารถเปิดบัญชีซื้อขายกองทุนได้เนี่ย มีกี่ที่ครับ

    ขอบคุณล่วงหน้านะครับ

  9. #9
    Administrator
    Join Date
    Sep 2010
    Posts
    1,755
    ใช่ครับ เมื่อก่อนผมก็เปิดกับ บลจ. หลายที่ ก่อนจะรู้ว่าเค้ามีบริการของโบรคเกอร์ที่ให้บริการซื้อขายกองทุนจากหลายๆ บลจ. ด้วย
    คือถ้าคุณวางแผนจะลงทุน กับแค่กองทุนของ บลจ. เดียว ก็เลือกเปิดกับ บลจ. นั้นๆน่าจะดีกว่าครับ เพราะจะได้ประโยชน์เรื่องเวลาตัดสินใจก่อนส่งคำสั่งซื้อขาย ที่มีให้มากกว่า

    แต่ถ้าคุณวางแผนจะลงทุนกับกองทุนในหลายๆ บลจ. ซึ่งผมแนะนำว่าเป็นทางเลือกที่ดีและหลากหลายกว่า ก็เลือกเปิดกับโบรคดีกว่าครับ
    และทางโบรค ค่อนข้างซัพพอทเรื่องข้อมูลของกองทุน ได้ดีกว่า บลจ.ที่เป็นธนาคาร มาก....

    ปรกติแต่ละ บลจ. จะค่อนข้างให้อิสระเรา ในการที่จะผูกบัญชีกับธนาคารใหนๆก็ได้ (ซึ่งจะต้องมีอย่างน้อยหนึ่งที่ ใว้ใช้ในกรณีซื้อกองทุนและมีการหักเงินแบบ ATS มีบางธนาคารเหมือนกันที่ระบุว่าต้องใช้บัญชีของธนาคารเป็นบัญชีหลักเท่านั้น)
    สำหรับโบรค จะคล้ายๆกรณีที่เราเปิดพอทหุ้น คือ จะมีระบบให้เลือก ว่าจะใช้หัก ATS ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียม หรือเราจะใช้การโอนเงินเข้าไปแล้วแจ้งแทนก็ได้

    โบรคที่เปิดบัญชีซื้อขายกองทุนใด้ เท่าที่ผมรู้มี 3 ที่ อย่างที่โพสไปด้านบนครับ

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •