Results 1 to 10 of 10

Thread: Magic formula 1 และ 2 ต่างกันอย่างไรครับ

  1. #1
    ผู้สนับสนุน
    Join Date
    Dec 2014
    Posts
    11

    Magic formula 1 และ 2 ต่างกันอย่างไรครับ

    Magic formula 1 และ 2 ต่างกันอย่างไรครับ พอดีเพิ่งจะเริ่มใช้งานจริงจัง รบกวนด้วยครับ

  2. #2
    Administrator kurayami's Avatar
    Join Date
    Sep 2010
    Posts
    1,614

    Re: Magic formula 1 และ 2 ต่างกันอย่างไรครับ

    ถ้าเอาเมาส์ชี้ที่หัวตารางจะมีบอกครับ
    Magic 1 = PE+ROE
    Magic 2 = PE+ROA

  3. #3
    ผู้สนับสนุน
    Join Date
    Dec 2014
    Posts
    11

    Re: Magic formula 1 และ 2 ต่างกันอย่างไรครับ

    ถ้านะรบกวนเพิ่มอีก 1 column เป็น PE+ROIC จะได้หรือไม่ครับ ขอบคุณมากครับที่ทำwebและข้อมูลที่มีประโยชน์มากมาให้ทุกคนได้ใช้ มีประโยชน์ต่อการลงทุนมากจริงจริงครับ

  4. #4
    Administrator kurayami's Avatar
    Join Date
    Sep 2010
    Posts
    1,614

    Re: Magic formula 1 และ 2 ต่างกันอย่างไรครับ

    จริงๆสูตรของ magic formula ต้นฉบับ คือ
    company's earnings yield = EBIT / enterprise value.
    company's return on capital = EBIT / (net fixed assets + working capital).

    ซึงความหมายคือ การจัดลำดับของ ผลตอบแทนต่อราคาหุ้น กับ ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งพอย่อสูตรออกมาแล้วมันก็คือ Rank PE + ROE นั่นละครับ
    http://www.thaivi.org/magic-formula/

    ควรทำความเข้าใจที่มาที่ไปของสูตรสักนิด ก่อนนำไปใช้นะครับ

  5. #5
    ผู้สนับสนุน
    Join Date
    Dec 2014
    Posts
    11

    Re: Magic formula 1 และ 2 ต่างกันอย่างไรครับ

    ขอบคุณมากครับที่เตือนสติ ผมสนใจ MF ตั้งแต่อ่านบทความนี้เมื่อหลายเดือนก่อน แต่เพิ่งมาทราบว่ามีใน siamchart ขอถามอีกนิดครับว่าในกรณีของหุ้นที่มีผลตอบแทนไม่สม่ำเสมอโดยเฉพาะพวก commodity จะยังคงใช้สูตรนี้ได้หรือไม่ และควรตั้งต้นที่ปรับport หลังงบ Q4 หรือจะเลือก Qใดก็ได้แต่ต้องให้เหมือนกันทุกครั้งครับ (ขอโทษด้วยที่เริ่มถามเยอะ กำลังพยายามอย่างมากเพื่อหาเวลาศึกษาเพิ่มเติมครับ)

  6. #6
    ผู้สนับสนุน
    Join Date
    Dec 2014
    Posts
    11

    Re: Magic formula 1 และ 2 ต่างกันอย่างไรครับ

    อีกข้อนะครับ ผมคิดว่าการใช้ ROE มาคำนวณน่าจะดีกว่า ROA เพราะเราต้องการดูผลตอบแทนที่มาถึงเราโดยตรง ไม่ทราบว่าเข้าใจถูกหรือไม่ครับ

  7. #7
    Administrator kurayami's Avatar
    Join Date
    Sep 2010
    Posts
    1,614

    Re: Magic formula 1 และ 2 ต่างกันอย่างไรครับ

    ไม่ขอสรุปว่าแบบใหนดีกว่าละกันนะครับ ผมให้ข้อมูลเพิ่มเติมละกัน

    หนังสือ The Little Book that Beats the Market
    http://www.poslovni.hr/media/PostAtt...e%20Market.pdf
    วิธีกรองแบบย่อๆจาก wiki นะครับ (การปรับพอรท์ ให้นับจากวันที่เริ่มลงทุนนะครับ)
    https://en.wikipedia.org/wiki/Magic_formula_investing


    งานวิจัยอย่างย่อของ ดร.ไพบูลย์
    ภาษาอังกฤษ http://www.bizresearchpapers.com/1.%20Paiboon.pdf
    ภาษาไทย http://mba.nida.ac.th/images/stories...al16/P5-25.pdf

    คัดลอกบางส่วนมาจากงานวิจัยนะครับ
    2. In his book, The Little Book That Beats the Market (2006), Greenblatt ranked stocks according to their ROA and P/E ratios and selected the first 30 stocks with the lowest sum of the ranks to form the value portfolio.

    สำหรับการศึกษาในประเทศไทยนั้น Supattarakul and Jongjaroenkamol [17] พบว่าความ สัมพันธ์ของผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นในอนาคตกับอัตราส่วนของราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/B) และอัตรา การเติบโตของกำไรในอนาคตกับอัตราส่วนของราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) Sareewiwatthana [18] พบว่า
    ในระหว่างปี 1996-2010 อัตราส่วน 3 ตัวคือ P/E P/B ROE เมื่อใช้ร่วมกันในการเลือกหุ้น จะให้ผลตอบแทน ที่สูงกว่าอัตราเฉลี่ย Maneesilasan [19] และ Sareewiwatthana [20] และแสดงให้เห็นว่า ในระหว่าง ปี 1996-2010 และ 1999-2010 อัตราส่วนของ P/E หารด้วยอัตราการเติบโต หรือที่รู้จักกันในนามของ PEG สามารถใช้เลือกหุ้นและให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราเฉลี่ย และ Panyagometh [21] แสดงให้เห็นว่า ทฤษฎี การบริหารพอร์ตโฟลิโอยุคใหม่สามารถใช้ร่วมกับแนวคิดของการลงทุนแบบวีไอ และให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า อัตราเฉลี่ย Sareewiwatthana [22] ทำการศึกษาและพบวา่ระหว่างปี 2002-2012 การเลือกหุ้นด้วย P/E PEG PERG (PEG ปรับด้วยค่าความเสี่ยง) สามารถให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราเฉลี่ย โดย P/E ให้ผลตอบแทน ที่ดีที่สุด


    ROE กับ ROA จริงๆแล้วทั้งสองค่าคำนวณคล้ายกันมาก ต่างกันแค่ ROA จะรวมส่วนของหนี้สินเข้าไปด้วยเท่านั้นเองครับ
    ทั้งนี้เราสามารถนำมาคัดกรองหุ้นต่ออีกชั้น โดยดูในส่วนของบการเงินในแต่ละลักษณะของกิจการ ว่าบางค่ามีค่าที่มากไปหรือน้อยไปหรือว่าเหมาะสมแล้ว เพิ่มเข้าไปในภายหลังใด้ครับ

  8. #8
    ผู้สนับสนุน
    Join Date
    Dec 2014
    Posts
    11

    Re: Magic formula 1 และ 2 ต่างกันอย่างไรครับ

    ขอบคุณมากครับสำหรับ 2 papers ของอาจารย์ไพบูลย์ ทำให้ได้ idea อีกแบบในการลงทุน ส่วนอีกเล่มกำลังเริ่มอ่าน รู้สึกว่าสนุกดีเหมือนอ่านนิทาน อยากถามว่าโดยส่วนตัวของคุณ kurayami ได้ใช้ magic formula ในการลงทุนบ้างหรือไม่ครับ แล้วผลตอบแทนน่าประทับใจหรือไม่ (ถ้าไม่สะดวกตอบก็ไม่เป็นไรนะครับ) เดี๋ยวถ้าอ่านหนังสือแล้วมีคำถามจะเข้ามาถามอีกนะครับ หวังว่าคุณ kurayami จะไม่รำคาญเสียก่อน

  9. #9
    ผู้สนับสนุน
    Join Date
    Dec 2014
    Posts
    11

    Re: Magic formula 1 และ 2 ต่างกันอย่างไรครับ

    แต่ก็ยังมีข้อสงสัยอยู่บ้างครับว่าถ้าสูตรนี้ดีจริง เพราะเท่าที่ดูผลตอบแทนที่ได้แล้ว สำหรับผมถือว่าสูงมาก ทำไมคนทั่วไปไม่นิยมกัน แสดงว่าคนส่วนใหญ่ต้องมั่นใจว่าสามรถวิเคราะห์หุ้นได้ดีกว่านี้ หรือจริงๆแล้ว magic formula นี้มีข้อจำกัดอัไหนที่ควรระวังมากๆหรือไม่ครับ (พออ่าน paper เสร็จ ตั้งใจว่าจะเริ่มจัด port ตาม magic formula 1 มี.ค. นี้เลยครับ 555)

  10. #10
    ผู้สนับสนุน
    Join Date
    Dec 2014
    Posts
    11

    Re: Magic formula 1 และ 2 ต่างกันอย่างไรครับ

    พออ่านหนังสือจบแล้วเข้าใจว่าให้ screen ด้วย PE +ROA แต่ทำไมคุณ Kurayami และ อ.นิเวศน์แนะนำให้ใช้ PE + ROE ครับ รบกวนอีกครั้งครับ เพราะเริ่มงงอีกแล้ว

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •